Tuesday, 4 October 2022

นายจ้างบังคับฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้หรือไม่?

28 Jul 2021
1545

ช่วงนี้หลายคนคงประสบปัญหาไม่อยากฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เนื่องจากไม่ใช่ยี่ห้อที่ต้องการ แต่นายจ้างมีมาตรการเชิงบังคับว่าหากลูกจ้างคนไหนไม่ฉีดวัคซีนจะต้องออกจากงานไป แบบนี้นายจ้างสามารถทำได้หรือไม่?

covid-19 vaccine

เมื่อเห็นข่าวผลกระทบจากการฉีดวัคซีน ซึ่งมีผลสอบสวนทางการแพทย์ออกมาแล้วว่ามีอาการคล้ายอัมพฤกษ์ และมีข่าวการเสียชีวิต(แต่ผลยังไม่ชัดว่าเกี่ยวข้องโดยตรงหรือไม่) หลายคนต่างตั้งคำถามต่อประสิทธิภาพของวัคซีน(บางยี่ห้อ) และไม่ต้องการพาตัวเองเข้าเสี่ยง

หากพิจารณาจากหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศก็จะพบว่าการฉีดวัคซีนย่อมเป็นเสรีภาพที่มีในเนื้อตัวร่างกาย ย่อมได้รับการคุ้มครองสิทธิเหล่าหนี้ที่ใครจะล่วงละเมิดไม่ได้

เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดให้ทำได้ หมายความว่าแม้จะเป็นเสรีภาพ แต่ถ้ามีกฎหมายบังคับก็สามารถทำได้ และตาม พรบ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ก็ไม่ได้บังคับว่าทุกคนต้องฉีดวัคซีน หรือถ้าใครไม่ฉีดจะเป็นความผิด

ประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มีการฉีดวัคซีนกันเป็นจำนวนมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ออสเตรเลีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ประเทศเหล่านี้ให้ถือเป็นความสมัครใจที่จะฉีดวัคซีน

แต่ก็มีประเทศที่บังคับฉีดวัคซีนในยุโรป แต่เป็นการบังคับฉีดวัคซีนอื่นก่อนหน้าเกิดโควิด ในการฟ้องคดีมีการอ้างว่ารัฐได้ทำการละเมิดสิทธิเสรีภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยฟ้องคดีต่อศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป จำนวน รวม 5 คดี ที่เกี่ยวกับการบังคับฉีดวัคซีน ซึ่งคำพิพากษาของศาลพอสรุปข้อเท็จจริง และคำพิพากษาได้ดังนี้

1) มีการปฎิเสธการฉีดวัคซีน เพราะไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีน หรือมีข้อสงสัยในวัคซีน

คดีตามคำร้องที่ 3867/14 ระหว่าง Novotna และสาธารณรัฐเช็ก
คดีนี้ผู้ปกครองของคุณ Novotna ยินยอมให้เธอฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ตามที่ทางการกำหนด ยกเว้นวัคซีนป้องกันหัด โรคคางทูม และหัดเยอรมัน เนื่องจากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับวัคซีนดังกล่าว (คล้าย ๆ กับที่หลายคนสงสัยในเรื่องวัคซีนบางยี่ห้อในขณะนี้ที่กำลังฉีดในประเทศไทย)

2) หากไม่ฉีวัคซีนจะไม่ให้เข้าเรียน (เปรียบเทียบของไทยไม่ให้ทำงาน หรือเลิกจ้าง) และเหตุผลที่ถูกหยิบมาใช้คือ หากให้มาเรียน หรือให้มาทำงาน “อาจเป็นอันตรายและกระทบต่อสุขอนามัยของบุคคลอื่น ซึ่งสิทธิที่บุคคลอื่นจะได้รับการปกป้องสุขอนามัยย่อมเหนือกว่าสิทธิของเขา” (คดีตามคำร้องที่ 3867/14 ระหว่าง Novotna และสาธารณรัฐเช็ก) ซึ่งเหตุผลในการอ้างที่นายจ้างซึ่งต้องการให้ลูกจ้างฉีดวัคซีนก็จะหยิบยกขึ้นมาอ้างก็จะเป็นเหตุผลเดียวกัน

3) ด้วยเหตุผลที่ว่าการฉีดวัคซีนจะปกป้องคุ้มครองบุคคลอื่นและคุ้มครองความปลอดภัยของสาธารณะ ย่อมยิ่งใหญ่หรือชนะสิทธิของบุคคล คดีส่วนใหญ่ผู้ฟ้องคดีจะแพ้

คดีตามคำร้องที่ 73094/14 ระหว่าง Hornnych และสาธารณรัฐเช็ก ในวัยเด็ก Hornnychc มีปัญหาสุขภาพ จึงไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคใดๆ ตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ ในปี 2554 Hornnych สมัครเข้าเรียนโรงเรียนเด็กเล็ก แต่ไม่ได้รับให้เข้าเรียน เนื่องจากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค ผู้ปกครองยื่นอุทธรณ์ต่อศาล แต่ไม่เป็นผล


สรุป



ความเห็นประเทศไทยเป็น “นิติรัฐ” คือรัฐที่ปกครองด้วยกฎหมาย การจะทำอะไรก็ต้องถามว่ามีกฎหมายให้ทำได้หรือไม่

และในเมื่อปัจจุบันเมื่อพิจารณาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าเป็นสิทธิ เสรีภาพ การบังคับฉีดวัคซีนได้จะต้องมีกฎหมายให้ทำได้ โดยอ้างหลัก “ความปลอดภัยของสาธารณะที่ควรจะได้รับการปกป้อง” “หรือสิทธิของคนส่วนรวมต้องมาก่อนประโยชน์ส่วนตน” แต่ปัจจุบันกฎหมายเราไม่มีให้บังคับฉีด

เมื่อไม่มีกฎหมายบังคับฉีด นายจ้างก็จะเอาเหตุที่ไม่ฉีดวัคซีนมาเลิกจ้างไม่ได้ แต่การออกข้อบังคับในการทำงานที่เข้มงวดเพื่อป้องกันโรคสำหรับคนไม่ฉีดวัคซีนก็สามารถทำได้ แต่ต้องกระทำให้เป็นการทั่วไป ใช้บังคับกับทุกคน ไม่เฉพาะเจาะจงเอากับลูกจ้างคนใดคนหนึ่ง


ข้อสังเกต


จริงๆ แล้วหลายคนไม่ได้ปฎิเสธการฉีดวัคซีน แค่ต้องการปกป้องภยันตรายจากวัคซีนต่างหาก ดังนั้น ก็หวังว่าเราน่าจะได้วัคซีนที่ชื่อถือได้ และคิดว่าถ้าไม่มีผลข้างเคียง ทุกคนก็พร้อมฉีดวัคซีน


ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจกฎหมายแรงงาน