Friday, 30 September 2022

ทำ SEO อย่างไร ให้คนอยากเข้าเว็บไซต์มากขึ้น หลังค้นหา Google แล้วไม่คลิก

การทำ SEO เพื่อให้ติดอันดับใน Google แน่นอนว่า ยิ่งอยู่ในอันดับต้นๆ มากเท่าไหร่ เว็บไซต์ก็จะมีการคลิกเข้ามาอ่านมายิ่งขึ้น แต่ถ้าหาก Google เริ่มที่จะทำให้การเข้ามายังเว็บไซต์น้อยลง เราจะทำอย่างไร?

ลองดูกราฟข้างบนเป็นข้อมูลการไม่คลิ๊กเข้าเว็บไซต์หลังจากค้นหาใน Google ใน 4 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าปีล่าสุดนั้นมี % การไม่คลิกเข้าเว็บไซต์สูงถึง 62.41%

โดยมีข้อมูลออกมาว่า 50% นั้นมาจากการค้นหาด้วยเสียง นอกจากนี้เวลาค้นหา Google จะเป็นคนช่วยหาคำตอบให้ทันทีหากเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ตัวอย่างเช่น คุณพิมพ์คำค้นหาว่า “สภาพอากาศในกรุงเทพมหานคร” Google จะดึงข้อมูลมาจาก weather.com โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ดังกล่าว แต่ Google จะแสดงผลให้ทราบทันที

แน่นอนว่าในฐานะผู้ใช้งานสิ่งนี้คือสิ่งที่ดี แต่ในฝั่งของเจ้าของเว็บไซต์ไม่ชอบอย่างแน่นอน และแน่นอนว่า Google มีแนวโน้มที่จะทำแบบมากยิ่งขึ้นไปอีก

แล้วจะทำอย่างไรกันดี ?

อยากให้มองว่านี่เป็นปัญหา 2 อย่างที่แยกจากกัน อย่างแรกคือคุณจะได้รับคลิกเพิ่มขึ้นได้อย่างไรเมื่อมีคนคลิกน้อยลง และอย่างที่สองคือคุณจะได้รับ Conversion เพิ่มขึ้นจากจำนวนคลิกที่คุณได้รับ เพื่อชดเชยการสูญเสียการเข้าชมได้อย่างไร

โดยปกติแล้วเมื่อมีการคลิกสิ่งสำคัญที่ส่งผลกระทบคือ Meta Tag ของคุณ คุณจะเห็นชื่อและคำอธิบายของเว็บไซต์คุณ นี่คือสิ่งที่กำลังพูดถึง … เมื่อคุณทำการค้นหาบน Google ตัวอย่างตามภาพข้างล่างนี้

นี่คือ 10 สิ่ง ในการปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้มีการคลิกมากขึ้นจากการค้นหาใน Google

1.ตั้งชื่อหัวข้อเป็นคำถาม ซึ่งจะมีอัตรา CTR (การคลิก) สูงขึ้น 14.1% ตัวอย่างเช่น SEO คืออะไร เป็นต้น

2. หัวข้อเรื่อง จะต้องมีความยาวประมาณ 15-40 ตัวอักษร จะได้อัตรา CTR สูงขึ้น 8.6% คำแนะนำควรอยู่แถวๆ 40 ตัวอักษร

3. คีย์เวิร์ดอยู่ใน url จะทำให้อัตรา CTR เพิ่มขึ้น 45% แต่หากเป็นภาษาไทยจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่

4. เติมคำที่มีพลังเข้าไปในหัวข้อเรื่อง จะทำให้อัตรา CTR เพิ่มขึ้น 13.9% เช่น สุดยอด, ดีที่สุด, น่าสนใจที่สุด, น่าซื้อที่สุด เป็นต้น

5. เพิ่มอารมณ์ร่วมเข้าไปในหัวข้อเรื่อง จะเพิ่มอัตรา CTR อีก 7.3% เช่น วิธีรับมือกับเจ้านาย (โดยที่ไม่ถูกไล่ออก)

6. ไม่ควรพลาดใส่ meta description เพราะจะทำให้โอกาส CTR เพิ่มขึ้น 5.8% ปลั๊กอิน SEO ต่างๆ จะมีให้จัดการ แนะนำว่าควรจะตั้ง meta description เองทั้งหมด

7. หัวข้อมีการใส่ ปี พ.ศ. หรือ ปี ค.ศ. เข้าไปด้วย CTR จะเพิ่มได้อีก 4.9% เช่น ฤกษ์แต่งงานปี 2021 หรือ วิธีสร้าง WordPress ปี 2564

8. กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น จะได้ CTR เพิ่มขึ้นอีก 5.9% เช่น สรรพคุณ 10 อย่างของ “ฟ้าทลายโจร” ที่ไม่รู้มาก่อน

9. หัวข้อที่เป็นการอธิบายขั้นตอนวิธีการ หรือการศึกษาอะไรสักอย่างที่เป็นขั้นตอนทีละสเต็ป เช่น วิธีต่อภาษี พ.ร.บ. ออนไลน์ เป็นต้น

10. การดูตัวอย่างให้มากๆ จะทำให้การเขียนบทความดีขึ้น ให้ลองเข้าดูให้เยอะๆ แล้วนำมาปรับใช้กับเว็บไซต์ของเรา

เปอร์เซ็นการค้นหาด้วยโทรศัพท์ และไม่มีการคลิก

อย่าลืมทำเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับโทรศัพท์ เพราะว่า 61% เป็นการค้นหามาจากโทรศัพท์ และถ้าหากเว็บไซต์ของเราไม่เหมาะสมกับโทรศัพท์แล้วหละก็ จำไว้เลยว่าโอกาสคลิกเข้ามาอ่านก็น้อยลงด้วยเช่นเดียวกัน

สรุป

อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า Google กำลังพยายามพัฒนาไม่ให้ผู้ใช้งานเข้าคลิกอ่านเว็บไซต์ แต่อยากจะให้มุ่งเน้นไปที่คุณภาพของบทความที่เรากำลังจะทำมากกว่า โดยยืนตามหลัก 3 ข้อดังนี้

  1. เพิ่มประสิทธิภาพ Meta tag
  2. เพิ่มประสิทธิภาพ conversion rate ของคุณเพื่อให้คุณสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
  3. เริ่มสร้างบทความที่เป็นคำถาม เพราะจะช่วยกระตุ้นการเข้าชม SEO 34.17%