Friday, 30 September 2022

ขั้นตอนต่อใบขับขี่ออนไลน์ ล่าสุด ปี 2564

ไหนใครใบขับขี่กำลังหมดอายุ รู้หรือไม่ว่าสามารถต่อใบขับขี่ออนไลน์ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องไปนั่งอบรมถึงสำนักงานขนส่ง วิธีการก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อนอย่างที่คิด ไปดูกันเลย

เริ่มต้นด้วยการเข้าไปที่เว็บไซต์ www.dlt-elearning.com เพื่อเข้าสู่ระบบโดยใช้ เลขประจำตัวบัตรประชาชน และวัน เดือน ปีเกิด ซึ่งจะต้องทำการลงทะเบียนเสียก่อน หากใครยังไม่เคยลงทะเบียนให้คลิ๊กที่ปุ่ม “ลงทะเบียน”

ใครลงทะเบียนแล้วกดปุ่ม “เข้าสู่ระบบ” ได้เลย หากใครที่ยากไม่เคยลงทะเบียนให้คลิ๊กที่ปุ่ม “ลงทะเบียน” ก่อน

หากคลิ๊กปุ่ม “ลงทะเบียน” จะมาเจอหน้านี้ กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง

เมื่อลงทะเบียน หรือเข้าสู่ระบบ เรียบร้อยแล้ว เลือกหัวข้อการอบรมที่เราต้องการ โดยมีให้เลือก 4 แบบ ดังนี้

1.ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (รถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ รถยนต์) ระยะเวลาอบรม 1 ชั่วโมง

2. ใบอนุญาตขับรถขนส่ง ระยะเวลาอบรม 2 ชั่วโมง

3. ใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถยนต์สาธารณะ) ระยะเวลาอบรม 3 ชั่วโมง

4. ใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (รถจักรยานยนต์ รถยนต์สามล้อ รถยนต์) ขาดต่ออายุเกิน 1 ปี ระยะเวลาอบรม 2 ชั่วโมง

จะเห็นว่าการอบรมใบขับขี่แต่ละแบบนั้น มีด้วยกัน 4 ขั้นตอน ได้แก่

  1. แบบทดสอบก่อนอบรม จะมีแบบทดสอบขึ้นมาประมาณ 3-4 ข้อ ให้เราตอบคำถาม เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
  2. อบรม คือ นั่งฟังการอบรมตามจำนวนชั่วโมงที่กำหนด
  3. แบบทดสอบหลังอบรม เมื่ออบรมเสร็จแล้ว จะมีการทดสอบอีกครั้งประมาณ 3-4 ข้อเหมือนเดิม
  4. ผลการอบรม

เมื่อผ่านการอบรมครบทั้ง 4 ขั้นตอนแล้วจะได้รับใบรับรอง ซึ่งมีหน้าตาตามภาพข้างล่าง โดยจะต้องเซฟหน้าจอเอาไว้ในมือถือ เพื่อยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่าได้ผ่านการอบรมเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ไปทำใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่ง

หลังจากได้รับใบรับรองการผ่านอบรมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจองคิวเพื่อเข้าไปทำใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่ง วิธีการง่ายๆ ดังนี้

1.โหลด App DLT Smart Queue

มือถือ Android โหลด >>ที่นี่<<

มือถือ iOS โหลด >>ที่นี่<<

2. เลือกหัวข้อเข้าใช้งานด้วย “รหัสบัตรประชาชน”

สำหรับใครที่เคยสมัครการใช้งานแอปฯ นี้แล้ว เมื่อกรอกบัตรประชาชนเรียบร้อย ระบบจะพาไปสู่หน้าต่างใส่ รหัสผ่าน หากใครจำไม่ได้ก็ให้กดตรงคำว่า “ลืมรหัสผ่าน”

แต่ถ้าใครไม่เคยสมัครใช้งานแอปฯ นี้เลย ระบบก็จะให้กรอกข้อมูลส่วนตัว โดยจะต้องกรอกให้ครบทุกช่อง หลังจากนั้นก็จะสามารถเข้าใช้งานได้

3. เลือก “สำนักงานขนส่ง” ที่ต้องการจะเข้าไปทำใบขับขี่

4. เมื่อเลือกสำนักงานขนส่งเรียบร้อยแล้ว ให้เลือกเรื่องที่จะติดต่อ กรณีนี้ คือ เรื่อง “ใบอนุญาต”

5. เลือกเรื่องที่จะต้องการติดต่อ เช่น ต่อใบอนุญาตจาก 2 ปี เป็น 5 ปี หรือ จาก 5 ปี เป็น 5 ปี และในกรณีที่ขาดเกิน 1 ปี หรือยังไม่เกิน 1 ปี เลือกให้ตรงหัวข้อด้วย

6. เมื่อเลือกเรื่องที่จะติดต่อเรียบร้อยแล้ว เลือกวันที่จะเข้าไปทำใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่ง โดยวิธีดูก็คือ จะมีจุดอยู่บนตัวเลขวันที่ หากเป็นสีดำ แสดงว่าวันนั้น “ว่าง” หากเป็นสีเหลือง แสดงว่าวันนั้น “เต็ม” และสีแดง แสดงว่าวันนั้นเป็น “วันหยุด” ซึ่งเราจะต้องเลือกวันที่มีจุดวงกลมสีดำเท่านั้น

7. เมื่อเลือกวันได้แล้ว ให้เลือกช่วงเวลาที่จะเข้าไปใช้บริการ ตามที่ระบบกำหนด ระบบจะบอกว่าช่วงเวลาไหนว่างเท่าไหร่ ตัวอย่างตามภาพข้างล่าง หลังจากเลือกเวลาได้แล้วให้กดปุ่ม “ยืนยันการจอง”

8. เมื่อยืนยันการจองเสร็จเรียบร้อย ระบบจะแสดงข้อมูลยืนยัน สถานที่ วัน เวลา เรื่องที่จะต้องไปใช้บริการ รวมถึงมี คิวอาร์โค๊ด (QR Code) ไว้ให้เจ้าหน้าที่สแกนด้วย

เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการจองคิวเพื่อเข้าไปต่อใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งแล้ว

เอกสารที่ต้องเตรียม

  1. บัตรประชาชนตัวจริง
  2. ใบรับรองแพทย์
  3. ใบขับขี่ที่หมดอายุ หรือใกล้หมดอายุ

การทดสอบก่อนได้ต่อใบขับขี่

  1. ทดสอบตาบอดสี
  2. ทดสอบสายตาทางกว้าง
  3. ทดสอบสายตาทางลึก
  4. ทดสอบความไวของเท้า

ค่าธรรมเนียมการต่อใบขับขี่

  • รถจักรยานยนต์ 255 บาท (5 ปี)
  • รถยนต์ 505 บาท (5 ปี)

สำหรับใครที่ยังไม่เคยมีใบขับขี่ สามารถดูขั้นตอนการสอบใบขับขี่ได้ที่นี่