Friday, 30 September 2022

ก่อนรับราชการต้องรู้!! วิธีขอลบ แก้ไข ข้อมูลในทะเบียนประวัติอาชญากร ทำไม่ยาก

28 Jul 2021
1777

หลายท่านอาจเคยประสบการณ์กับตัวเอง หรือเคยมีประสบการณ์กับญาติพี่น้อง หรือพรรคพวกเพื่อนฝูง ที่เคยตกเป็นผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีอาญา และในกระบวนการดำเนินคดีอาญาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา บุคคลเหล่านี้จะต้องถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อจัดทำข้อมูลประวัติอาชญากรในคดี


ในทางคดี หากพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องด้วย คดีอาญาก็จะยุติไป หรือหากพนักงานอัยการสั่งฟ้อง และท้ายที่สุดศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ก็ต้องปล่อยตัวจำเลยไป บุคคลผู้นั้นก็จะเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิด


แต่ข้อมูลในทะเบียนประวัติอาชญากร ก็อาจมีอยู่แต่ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ Update นั้นเอง กล่าวคือ อาจถูกระบุว่า ถูกจับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกง และกรณีความผิดอื่น ๆ เป็นต้น


แต่ข้อมูลดังกล่าว ไม่ได้ระบุว่า ท้ายที่สุดแล้ว อัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดยกฟ้อง ซึ่งถ้าข้อมูลมัน Update ก็จะต้องถือว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคย ไม่เป็น และไม่ใช่อาชญากร แต่เมื่อข้อมูลมันไม่สมบูรณ์หรือไม่ Update ก็จะส่งผลให้บุคคลนั้น ถ้าไปสอบเข้ารับราชการ หรือไปสมัครเข้าทำงานในหน่วยงานเอกชนก็จะถูกส่งมาพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อตรวจสอบข้อมูลอาชญากร ในฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากร ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะพบข้อมูลที่ระบุว่า บุคคลนั้นเคยถูกจับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติดให้โทษ เคยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เคยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกาย เคยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกง ฯลฯ ก็เป็นอันว่า ถูกปฏิเสธในการเข้ารับราชการ หรือทำงานในหน่วยงานเอกชน ส่งผลกระทบต่อชีวิตของบุคคลเหล่านั้นเป็นอย่างมาก


หากท่านเจอเหตุการณ์แบบนี้ ให้ใช้ช่องทางแก้ไขด้วยวิธีการนำพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาใช้ โดยมาตรา 25 วรรคสาม ของพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า “..ถ้าบุคคลใดเห็นว่าข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนส่วนใดไม่ถูกต้องตามที่เป็นจริง ให้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นหนังสือให้หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนนั้นได้ ซึ่งหน่วยงานของรัฐจะต้องพิจารณาคำขอดังกล่าว และแจ้งให้บุคคลนั้นทราบโดยไม่ชักช้า..” และวรรคสี่บัญญัติว่า “..ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารให้ตรงตามที่มีคำขอ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่งไม่ยินยอมแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสาร โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ และไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิร้องขอให้หน่วยงานของรัฐหมายเหตุคำขอของตนแนบไว้กับข้อมูลข่าวสารส่วนที่เกี่ยวข้องได้..”


กล่าวคือ ท่านต้องยื่นคำขอเป็นหนังสือถึงกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ทำลาย/ลบ/หรือแก้ไขประวัติอาชญากรของท่าน หรือพูดง่ายๆ ว่า ยื่นเรื่องขอให้หน่อยงานทำการ Update ข้อมูลเป็นปัจจุบัน ว่าในคดีที่ถูกจับหรือถูกกล่าวหานั้น อัยการสั่งไม่ฟ้องแล้ว หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องแล้ว และท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่ผู้กระทำผิด ไม่ใช่อาชญากร


ถ้าหากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธการทำลาย/ลบข้อมูลประวัติอาชญากรของท่าน ท่านก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ซึ่งหากคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร มีคำวินิจฉัยให้ทำลาย/ลบ/หรือแก้ไขประวัติอาชญากร กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าวโดยเร็ว


หรือถ้าหากคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ และมีความเห็นตามกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือ ปฏิเสธการทำลาย/ลบข้อมูลประวัติอาชญากร ท่านก็ยังมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ได้อีกต่อไป


กรณีตัวอย่าง ตามคำวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารราชการ สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ สค 130/2560 ซึ่งกรณีนี้มีผู้ร้องขอต่อกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้ลบทะเบียนประวัติอาชญากรของตน เพื่อที่ตนจะไปเข้ารับราชการ ถ้ามีประวัติอาชญากรจะไม่สามารถรับราชการได้


ทางกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธการทำลาย/ลบข้อมูลประวัติอาชญากร ผู้ร้องได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ซึ่งคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยโดยสรุปว่า “..การจัดทำข้อมูลประวัติอาชญากรก็เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม แต่กรณีของผู้อุทธรณ์เป็นผู้กระทำผิดขณะที่เป็นผู้เยาว์โดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำพิพากษาหมายเลขแดงที่ 119/2551 ให้รอการลงโทษ และควบคุมความประพฤติ เมื่อพ้นระยะเวลาการควบคุมความประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่ก็ออกใบบริสุทธิ์ให้แก่ผู้อุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์จึงมิได้มีฐานะเป็นอาชญากรแต่อย่างใด


ดังนั้นการที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดเก็บข้อมูลของผู้อุทธรณ์ในฐานะที่เป็นอาชญากรในทะเบียนประวัติอาชญากรตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงเป็นการเก็บที่ไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 และประมวลกฎหมายอาญาในส่วนที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชน จึงวินิจฉัยให้กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลบข้อมูลประวัติของผู้อุทธรณ์ออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามที่ผู้อุทธรณ์ร้องขอ..”


ข้อมูลจากเพจ : กฎหมายใกล้มอ