Wednesday, 5 October 2022

ลูกจ้าง “จ้างเหมาบริการ” หน่วยงานราชการ ต้องส่งเงินประกันสังคมหรือไม่?

28 Jul 2021
1912

หลายครั้งที่เราได้เห็นประกาศรับสมัครโดยตำแหน่งนั้นจะเรียกว่า “ลูกจ้างชั่วคราว” “จ้างเหมาบริการ” “จ้างเหมาตามภารกิจ” หรือจะมาในชื่ออะไรก็ตามแต่ หลักใหญ่ใจความแล้ว จะเป็นการจ้างแบบปีต่อปี หมดปีงบประมาณก็ต้องรองบประมาณใหม่ หรือบางที่ก็มีงบประมาณจ้างแบบยาวๆ มากกว่า 1 ปี


เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมสัญญาจ้างลักษณะนี้นั้น ถึงไม่มีการส่งเงินเข้าประกันสังคม แต่ขณะที่สัญญาจ้างพนักงานราชการกลับมีการส่งเงินเข้าประกันสังคม เมื่อดูเนื้อหาภายในสัญญาแล้วแทบจะไม่มีความแตกต่างอะไรกันมาก จะแตกต่างก็เพียงชื่อสัญญา และรายละเอียดยิบย่อยอื่นๆ


ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 5 ได้นิยามคำว่า นายจ้างและลูกจ้างเอาไว้ในทำนองเดียวกับ สัญญาจ้างแรงงาน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 อย่างที่เคยกล่าวไปข้างต้นแล้วว่า หน่วยงานราชการส่วนใหญ่มักจะทำสัญญาในลักษณะสัญญาจ้างเหมาบริการ เหมือนกับสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 ซึ่งเน้นที่ผลสำเร็จของงาน


แต่ในสัญญาจ้างเหมาบริการดังกล่าวนั้นมีลักษณะเป็นการที่ลูกจ้างตกลงทำงานให้กับหน่วยงานราชการ โดยหน่วยงานราชการจะจ่ายเงินค่าจ้างให้โดยที่ไม่ได้มุ่งเน้นที่ผลสำเร็จของงานเป็นสำคัญ

transfer to ocsc 1

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 349/2556 ซึ่งศาลวางหลักว่าลักษณะงานที่ผู้ฟ้องคดีปฏิบัติตามสัญญาจ้างลูกจ้างชั่วคราวและตามสัญญาจ้างเหมาบริการ มีลักษณะของการทำงานที่เหมือนกัน คือ ผู้ฟ้องคดีต้องมาทำงานตามวันเวลาราชการ และหากมีกิจจำเป็นไม่อาจมาทำงานได้ต้องแจ้งให้ทราบ เห็นได้ว่า นิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีเป็นความสัมพันธ์ในฐานะลูกจ้างกับนายจ้างตามนัยมาตรา 575 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์


ดังนั้น แม้สัญญาจ้างจะระบุชื่อว่าสัญญาจ้างเหมาบริการ และได้กำหนดเนื้อหาสาระของสัญญาให้มีลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ตาม เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ลักษณะการปฏิบัติงานเป็นนิติสัมพันธ์กันตามลักษณะของสัญญาจ้างแรงงาน สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาจึงต้องถือปฏิบัติตามลักษณะของสัญญาจ้างแรงงาน


ดังนั้นการที่หลีกเลี่ยงการทำสัญญาจ้างแรงงาน แล้วมาทำสัญญาจ้างเหมาบริการแทน เพื่อไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 จึงเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในฐานะลูกจ้างตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี พิพากษาให้เพิกถอนการทำสัญญาจ้างเหมาบริการที่ทำไว้ และให้ดำเนินการทำสัญญาจ้างให้ถูกต้องตามนิติสัมพันธ์ที่แท้จริง


จะเห็นได้ว่าจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะมีการทำสัญญาจ้างเหมาบริการที่เหมือนกับเป็นสัญญาจ้างทำของ แต่เมื่อลงลึกไปถึงข้อเท็จจริงแล้วพบว่า การปฏิบัติงานนั้นมีลักษณะเหมือนกับนายจ้างลูกจ้างแบบสัญญาจ้างแรงงาน กล่าวคือไม่เน้นผลสำเร็จของงาน เรื่องนี้ศาลจึงมองว่าเป็นสัญญาจ้างแรงงาน ส่งผลให้อยู่ในบังคับต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ส่งผลให้นายจ้าง (หน่วยงานราชการ) จะต้องแจ้งขึ้นทะเบียนประกันตนและส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังคม


นอกจากนี้ยังมีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 531/2557 ที่พิพากษาไปในแนวทางเดียวกัน

pexels anthony shkraba 4348401

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นมีกรณีศึกษาจากข้อหารือกองนิติการ ท่ี รง 0505/768 ลงวันที่ 22 มีนาคม 2561


เรื่องมีอยู่ว่า ธนาคารฯ จะทำสัญญาจ้างเหมาบริการกับคนพิการโดยตรง ให้ปฏิบัติงานสนับสนุนหน่วยงานสังกัดสภากาชาดไทยทั่วประเทศ หรือหน่วยงานอื่นตามที่ตกลงกัน โดยการจ้างงานมีลักษณะมุ่งผลสำเร็จของงานท่ีว่าจ้างภายใต้ระยะเวลาท่ีกำหนดในสัญญาว่าจ้างหรือข้อตกลง 


เช่น งานสำนักงาน งานธุรการ งานประชาสัมพันธ์ งานเอกสารการประชุม เอกสารการเงิน งบประมาณและพัสดุ ติดตามแผนงานโครงการของเหล่ากาชาด จังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอ เป็นต้น 


ในการปฏิบัติงานผู้รับจ้างตกลงจะมาให้บริการสนับสนุน การปฏิบัติงานของหน่วยงานในวันทำการปกติของหน่วยงานสภากาชาดไทย ผู้รับจ้างจะเป็นผู้กำหนดตารางวันและเวลาในการให้บริการได้เองตามความเหมาะสมด้วยตนเอง เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าระยะเวลาตามที่ตกลงในสัญญาและแจ้งต่อธนาคารฯ ผู้ว่าจ้างและหน่วยงานสภากาชาดไทยทราบ


ในกรณีผู้รับจ้างไม่สามารถมาให้บริการตามตารางท่ีได้แจ้งไว้ ผู้รับจ้างก็สามารถปรับเปลี่ยนวันเวลาในการให้บริการได้ตามความเหมาะสมไม่มีการกำหนดวันหยุด วันลา กรณีไม่มาปฏิบัติงานก็ไม่มีบทลงโทษ เพราะผู้รับจ้างไม่อยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับเก่ียวกับการทำงานของธนาคารฯ 


หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้ปฏิบัติต่อกันเป็นไปตามสัญญาจ้างเหมาบริการดังกล่าว ธนาคารฯ ผู้ว่าจ้างไม่มีอำนาจปกครองบังคับบัญชา หรือลงโทษผู้รับจ้าง 


การจ้างงานมีลักษณะมุ่งผลสำเร็จของงานเป็นหลัก นิติสัมพันธ์ระหว่างธนาคารและคนพิการดังกล่าวจึงไม่ใช่นิติสัมพันธ์ตามสัญญาจ้างแรงงาน