Wednesday, 5 October 2022

“แพ้ท้อง” อาการเป็นอย่างไร พร้อมวิธีรับมือ

ใครที่กำลังท้อง กำลังมีน้องอยู่ในท้อง คงจะกำลังประสบปัญหาการแพ้ท้องอยู่ใช่ไหม ? โดยปกติจะรู้สึกอึดอัดท้องและหน้าอกจนอาเจียนออกมา ซึ่งเป็นอาการที่เห็นได้ในช่วง 1 – 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เรามาดูกันดีกว่าอาการแพ้ท้องนั้นเป็นอย่างไร พร้อมวิธีรับมือ


อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไร

ปัจจุบันยังไม่มีพบสาเหตุที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเกิดอาการแพ้ท้อง แต่ก็มีทฤษฎีที่น่าเชื่อถือมากมายที่อธิบายเอาไว้ ว่าเกิดขึ้นจากฮอร์โมนที่หลังออกมาจากรกที่เชื่อมต่อระหว่างแม่กับลูก (Human chorionic gonadotropin;hCG) ที่สูงขึ้นจนทำให้ประสาทการรับกลิ่นขึ้นเหล่าคุณแม่สูงขึ้นตามไปด้วย และยังเป็นการกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียน (vomiting center)

ในขณะที่ประสาทการรับรสชาติจะเปลี่ยนไป ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายต่างๆ คุณแม่จึงรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว หรืออ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้เรื่องจิตใจก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตามยังไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนจึงยังไม่มีวิธีการแก้ไขอาการแพ้ท้อง ที่บอกว่าได้จะหายขาด


ระยะเวลาแพ้ท้อง

การแพ้ท้องของคุณแม่ส่วนใหญ่จะพบได้ในช่วง 1 – 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ในช่วงที่แพ้ท้องหนักๆ พีคที่สุดจะเป็นช่วงสัปดาห์ที่ 8 – 9 แต่ก็ยืนยันไม่ได้ว่าจะแพ้ท้องช่วงเดียวกันทุกคน แต่ละคนจะแพ้ท้องตอนไหนขึ้นอยู่กับร่างกาย แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเวลานี้


อาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร

  • คลื่นไส้อาเจียน

อาการคลื่นไส้อาเจียนไปเบสิคของการแพ้ท้องเลยก็ว่าได้ โดยคุณแม่นั้นจะรู้สึกอาเจียนแทบจะตลอดเวลา หลักๆ จะเกิดขึ้นในช่วงเช้า แต่บางคนก็มีอาการทั้งวัน ที่สำคัญเวลาอาเจียนตอนท้องว่างจะรู้สึกทรมานสุดๆ จนต้องหาอะไรมากินเพื่อไม่ให้ปากว่าง

  • จมูกไวต่อกลิ่นมาก

คุณแม่ที่แพ้ท้องจมูกจะไวต่อกลิ่นเอามากๆ เกิดขึ้นจากระบบประสาทอัตโนมัติไม่มั่นคง บางทีกลิ่นที่เคยชอบกลับกลายเป็นว่าเหม็นและไม่ชอบกลิ่นนั้นไป ส่วนกลิ่นไหนที่ไม่เคยชอบเลยกลับเป็นชอบขึ้นมา ไม่ต้องตกใจไปนี่เป็นหนึ่งในอาการแพ้ท้องเดี๋ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

  • หน้ามืด

อาการหน้ามืดเกิดจากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เกิดอาเจียนบ่อยจนทำให้ร่างกายขาดน้ำ แล้วมีอาการหน้ามืด ดังนั้นควรสังเกตอาการเอาไว้ให้ดี เพราะการหน้ามืดจะทำให้เกิดอุบัติเหตุอื่นๆ ตามมาอีก

  • พฤติกรรมการกินเปลี่ยนไป

จากที่คุณแม่เป็นคนไม่ค่อยชอบกิน จะชอบกินมากเป็นพิเศษ เห็นอะไรก็ชอบกินไปหมด นอกจากนี้ของเปรี้ยวๆ จะยิ่งชอบเป็นพิเศษ แต่ในทางกลับกันคุณแม่บางคนอาจจะเบื่ออาหารไปเลยก็ได้

  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย

เป็นเพราะฮอร์โมนในร่างกายนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ไม่สามารถควบคุมได้ เนื่องจากร่างกายกำลังพยายามที่จะปรับตัวเพื่อให้เกิดความสมดุลของร่างกายที่กำลังจะมีน้องมาเพิ่มอีกคน ถือว่าเป็นเรื่องปกติของคุณแม่ที่กำลังแพ้ท้อง ซึ่งจะต้องรับมือให้ดี

  • อ่อนเพลียตลอดเวลา

เป็นความรู้สึกที่อยากนอนอยู่ตลอดเวลา นอนเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม เนื่องจากทารกน้อยในครรภ์ของคุณแม่ กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาการสร้างอวัยวะต่างๆ จึงทำให้คุณแม่นั้นจะแบ่งพลังงานไปสร้างในส่วนนี้ หากอาการอ่อนเพลียดังกล่าวไม่มีวี่แววจะเบาลงต้องรีบปรึกษาคุณหมอโดยเร็ว

  • ความต้องการทางเพศเปลี่ยนไป

เนื่องจากฮอร์โมนคนท้องมีความแปรปรวนเป็นอย่างมาก และยังส่งผลไปยังอารมณ์ของคุณแม่อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องกระทบกับความต้องการทางเพศ โดยแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันออกไปอีก บางคนความต้องการทางเพศลดลง บางคนความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น


วิธีรับมือกับอาการแพ้ท้อง

แน่นอนว่าอาการแพ้ท้องของคุณแม่แต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นวิธีรับมือจึงแตกต่างกันออกไปด้วย แต่นี่เป็นวิธีพื้นฐานที่เอาไว้รับมือให้อาการแพ้ท้องดีขึ้น

  • พยายามดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น

เนื่องจากเวลาที่คุณแม่อาเจียน ร่างกายจะสูญเสียน้ำออกไปจากร่างกายทุกครั้ง การดื่มน้ำเป็นการเติมน้ำเข้าไปในร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยแก้ไขอาการหน้ามืดได้อีกด้วย วิธีสังเกตว่าร่างกายขาดน้ำมากหรือไม่ สังเกตได้จากปัสสาวะจะมีสีข้นมาก นั่นเป็นสัญญาณบอกเหตุ และอาจจะเสริมด้วยการดื่มส่วนผสมของเกลือแร่เพื่อการดูดซึมด้วย

  • ทานอาหารเสริม

อย่างไรก็ตามการที่ร่างกายที่ขาดแคลนกรดโฟลิกในช่วงแพ้ท้อง เป็นสาเหตุของการแท้งหรือทำให้เด็กในครรภ์ไม่สมประกอบ วิตามินที่จำเป็นต่อการดูดซึมกรดโฟลิก วิตามิน B12 วิตามิน B6 และวิตามินซีเท่าที่จะทำได้ กรดโฟลิกมีอยู่มากในสตรอเบอร์รี่ เกรปฟรุต ผักขม และบร็อคโคลี่ ในตอนที่ไม่สามารถรับสิ่งเหล่านี้ได้เนื่องจากแพ้ท้อง ควรเสริมด้วยอาหารเสริมวิตามินรวมที่มีกรดโฟลิกผสมอยู่

  • หมั่นทานอาหารให้บ่อยขึ้น

คุณแม่บางคนเวลาแพ้ท้องจะไม่ค่อยอยากทานอาหาร แต่ถึงอย่างไรก็ตามอาหารยังคงเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย แม้จะทานไม่ค่อยได้ ก็ขอให้ทานทีละนิด แต่เน้นทานให้บ่อยขึ้นกว่าเดิม

  • หาอะไรเบาๆ ทำไม่ให้ว่าง

เนื่องจากอาการแปรปรวนทางอารมณ์ของคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องมีขึ้นๆ ลงๆ ดังนั้นการหาอะไรทำยามว่าง เป็นสิ่งที่ช่วยให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน ทำให้คุณแม่โฟกัสไปในสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้

  • หาอะไรเบาๆ ทานก่อนนอน

การทานอะไรเบาๆ ก่อนนอนจะช่วยให้เวลาตื่นมาลดอาการอาเจียนได้เป็นอย่างดี เช่น นมสด หรือโยเกิร์ต

  • เตรียมของไว้ทานไว้ข้างเตียง ขณะตื่นนอน

อาการแพ้ท้องส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในเวลาตอนเช้า ดังนั้นการหาอะไรไว้เคี้ยวขณะตื่นขึ้นมา จะช่วยลดอาการอาเจียนได้เป็นอย่างดี

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเกล็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ของคุณแม่ที่กำลังแพ้ท้องอยู่ หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่มือใหม่ รวมไปถึงคุณแม่มือเก่าที่กำลังหาวิธีแก้ปัญหาการแพ้ท้องอยู่ หากคุณแม่คนไหนมีวิธีรับมือกับการแพ้ท้องดีๆ คอมเมนต์ได้ข้างล่างบทความนี้ จะได้เป็นประโยชน์กับคุณแม่ท่านอื่นๆ


ข้อมูล : www.babygiftretail.com , mamypoko , bccgroup-thailand